ไม้เด็ดเก็บจระเข้ || กลยุทธ์วิธีที่จะทำให้คุณกล้าสู้กับพวกมัน

เผยวิธีรับมือเมื่อเจอ”จระเข้”ในช่วงน้ำท่วมจากทั้งเจ้าของฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ และสัตวแพทย์

โดย…ธนก บังผล

ใครไม่กลัวจระเข้คงเป็นเรื่องแปลก โดยเฉพาะมีข่าวจระเข้โผล่ไปกัดคนที่โน่นที่นี่ในช่วงน้ำท่วม กทม.และปริมณฑล ทำเอาชาวบ้านชาวเมืองต่างต้องหวาดผวาไปตามๆ กัน

ยิ่งมีคนทวีตผ่านทวิตเตอร์ว่าถูกจระเข้กัดต้องให้หมอเย็บถึง 50 เข็มบ้าง 120 เข็มบ้าง ยิ่งทำให้ข่าวจระเข้อาละวาดเป็นที่ฮือฮาพูดกันไปปากต่อปากมากขึ้น ใครต้องเดินลุยน้ำไปทำงาน ลุยน้ำไปดูแลบ้านเรือนที่จมน้ำ นอกจากต้องระแวดระวังน้ำครำ ระวังไฟฟ้าดูดแล้ว ยิ่งต้องเหลียวซ้ายแลขวาผวาไอ้เข้โผล่มางับหัว

ทั้งๆ ที่ยังไม่มีหน่วยงานออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่าจริงๆ แล้ว “จระเข้” มันหลุดมาว่ายน้ำเล่นเพ่นพ่านอยู่ใน กทม.แล้วจำนวนเท่าไหร่กันแน่

อุเทน ยังประภากร เจ้าของฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ ในฐานะฟาร์มจระเข้ขนาดใหญ่ บอกว่า มีความเป็นไปได้ที่ขณะนี้จะมีจระเข้หลุดออกมาจากฟาร์มเลี้ยงใน กทม. ออกไปตามพื้นที่น้ำท่วม “ธรรมชาติของจระเข้ คนคิดไปเองว่าดุร้าย จริงๆ มันก็อยู่ของมัน เราต่างหากที่ไประรานมันก่อน ถ้าไม่ไประรานมัน มันก็ไม่อาละวาด ข่าวที่ว่าจระเข้ไปทำร้ายคน ผมคิดว่ามันไม่ได้เป็นภัยพิบัติ พอน้ำท่วมบ่อเลี้ยงพังจระเข้ก็หลุดออกมา แล้วมันหลงทาง สับสน แต่ปกติพอหลุดออกจากฟาร์มเลี้ยงตรงไหน มันก็จะอยู่ตรงนั้น เวลาหิวก็หาหมูเห็ดเป็ดไก่กิน เพราะไม่รู้ว่าจะกินอะไร เมื่อเลือกไม่ได้ ต้องการอาหาร เจอก็กิน”

ในฐานะคนเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่เป็นอาชีพมานาน อุเทน ไม่เชื่อเรื่องจระเข้กินคน

เขาแนะนำการปฏิบัติตัวหากถูกจระเข้กัดว่า มีโอกาสที่เดินลุยน้ำแล้วขาไปเตะจระเข้เข้า “เมื่อได้ยินเสียงมันก็ตามเสียงมา มันไม่รู้ว่าคนหรืออะไร พอมันเห็นเรา มันก็งับ มันไม่รู้หรอกว่ากินได้หรือไม่ได้ เมื่องับแล้วครั้งแรกจะไม่ขาด ถ้าเราไม่ดิ้นหรือมีการต่อสู้รุนแรง แต่ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ คนมักไม่สามารถตั้งสติได้ ถ้าเป็นผม ผมก็ตกใจ และต้องใช้เวลา ถ้าคุณถูกกัดแล้วคุณไม่ฝืน บาดแผลก็จะน้อย จระเข้เมื่องับแล้วเราไม่ดิ้นมันก็จะไม่สะบัด ถ้าคุณไปกระชาก ยิ่งยื้อแผลก็จะยิ่งเหวอะ”

คนเลี้ยงจระเข้ฉายภาพกรณีถูกจระเข้กัดเข้าจริงๆ

“ผมแนะนำให้ชาวบ้านควรมีไม้ติดมือไว้ ถ้าเจอก็หวดเลย ไม้พลอง ไผ่ตัน หรือไม้อะไรก็ได้ที่แข็ง เจองูก็ยังป้องกันตัวเองได้ เดินไปในน้ำท่วมคุณก็แกว่งไปมาเหมือนคนตาบอด ผมว่า 1 ใน 70 ล้านคนนะที่จะโดนจระเข้กัด ในกรุงเทพฯ เดินตกท่อยังง่ายกว่าเจอจระเข้อีก”

อุเทน ขยายความว่า หากเจอจระเข้เข้าจริงๆ ให้ใช้ไม้ตีไปที่หัว เมื่อฟาดไปครั้งแรกจระเข้ก็จะหยุด เพราะรู้ว่ามีการตอบโต้แรง แต่ถ้าเอาไม้ไปเสียบที่ปากจระเข้จะสะบัดและกัดไม้จนหัก หรือเหวี่ยงไม้ทิ้ง “เห็นเขาเป็นสัตว์ใหญ่อย่างนี้ แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นสัตว์ที่ละเอียดอ่อนมาก ถ้าคุณถูกกัด ผมแนะนำให้คุณอุดจมูก สัตว์ทุกอย่างใช้อากาศหายใจ ถ้าอยู่ในน้ำแล้วถูกกัด คุณอุดจมูกจระเข้เขาก็ปล่อยแล้ว เพราะเขาไม่ได้เตรียมหายใจในตอนกัด”

“พอเขาปล่อย เราก็ฉวยหนี แต่วิธีนี้ผมไม่อยากให้จำแล้วไปลองทำ เป็นผม ผมหวดก่อน พอหวดเสร็จเขาโผล่มาก็ตีอีก เราจะได้รู้ว่าเขาดำหนีหรือดำสู้ มีไม้ก็ตีไว้ก่อน ถ้าเสียงดังกว่าเขา เขาก็จะคิดว่าเป็นสัตว์ใหญ่กว่าเขา” เจ้าของฟาร์มจระเข้สมุทรปราการแนะนำด้วยสรรพนามแทนจระเข้ว่า “เขา” ตลอด ด้วยเพราะสัตว์ชนิดนี้เป็นที่คุ้นเคยและเป็นอาชีพในการทำมาหากินของเขาเอง

อุเทน บอกอีกว่า คนทั่วไปมักจะติดภาพจากในหนังในละครแล้วนำมาจินตนาการจนเกินเลยว่าจระเข้จะมีความดุร้าย ไล่กัดคนไปทั่ว ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง จระเข้ทุกตัวที่หลุดมากับน้ำท่วมใน กทม.ก็คงจะกลายเป็น “ไอ้เคี่ยม” ไปหมด

“ถ้าคุณเจอจระเข้ ขอความกรุณาอย่าประโคมข่าว โดยเฉพาะไทยมุง ยิ่งคุณไปกันเยอะจระเข้ก็จะหนี พอทีมไล่ล่าจะไปจับเขาก็หนีไปแล้ว พวกผมจะไปหาอะไรได้ นี่เป็นองค์ประกอบที่ไปไล่เขา ถ้าเจอปุ๊บโทร.เลย ไม่ว่าจะ ศปภ. หน่วยงานที่จับจระเข้ กรมประมง ฟาร์ม หน่วยกู้ภัย แจ้งมาแล้วเราจะประสานงานกันเอง บางทีคุณหวังดี แต่กลายเป็นหวังร้าย บางทีจระเข้ตัวเดียวก็กลายเป็น 10 ตัว เพราะคุณไปไล่เขาก็หนีไปบ้านนั้นบ้านนี้ คนนั้นเห็นคนนี้ก็เจอ ทั้งๆ ที่เป็นตัวเดียวกัน ปรากฏว่าใครๆ ก็เห็นมันเลยกลายเป็นหลายตัว”

อุเทน ยังแนะถึงการสังเกตความแตกต่างระหว่างจระเข้กับตัวเงินตัวทอง หรือที่ชาวบ้านชาวช่องเรียกติดปากว่า “เหี้ย” ว่า ให้ดูที่หัว ลักษณะการว่ายน้ำ และปาก “ตัวเงินตัวทองหัวมันจะไม่เกินฝ่ามือเรา แต่หัวจระเข้จะมีโหนกและหัวยาว สังเกตเลยว่าถ้าว่ายน้ำและปีนต้นไม้นั่นเป็นตัวเงินตัวทอง เพราะจระเข้ไม่ว่ายน้ำ เขาจะลอยไป เพราะเขาคิดว่าตัวเองเป็นสัตว์ใหญ่ เขาไม่กลัวใคร แต่เขาปีนต้นไม้ไม่เป็น และไม่แลบลิ้น”

ในฐานะเจ้าของฟาร์ม อุเทน ไม่แนะนำให้ไปมุงกันเพื่อใช้ปืนยิงจระเข้ โดยเฉพาะคนยิ่งไม่มีความชำนาญในการใช้อาวุธปืน เพราะจระเข้หนังหนา หากยิงไม่ถูกจุดมีโอกาสที่กระสุนจะแฉลบไปโดนคน

นอกจากนี้ อุเทน ยังแนะนำวิธีที่จะตรวจสอบว่าบริเวณที่ต้องลุยน้ำหรือเดินทางไปมีจระเข้หลุดมาอยู่ในพื้นที่นั้นหรือไม่ ด้วยการสังเกตสัตว์เลี้ยงในละแวกใกล้เคียง หากสัตว์เลี้ยงหายไปก็มีโอกาสที่จะมีจระเข้หลุดมาอาศัยอยู่

“ถ้าจระเข้หลุดไปที่ไหนแล้วที่นั่นมีอาหารกิน เขาก็จะกลับมาที่เดิม คุณต้องทราบก่อนว่าในกรุงเทพฯ ไม่มีจระเข้ที่อยู่ตามธรรมชาติ ทั้งหมดที่มีอยู่คือจระเข้เลี้ยง เขาคือสัตว์เลี้ยง ลองเรียกหรือเอากระป๋องเคาะเขาก็จะมา เศษอาหารล่อมัน พอโผล่มาอย่าให้ไปไหน พอจะดำน้ำหนีก็เคาะกระป๋องเรียก เหมือนเวลาเราเรียกหมาเรียกแมวมากินข้าว ระหว่างนั้นคุณก็โทร.หาหน่วยงานให้ไปจับ เวลาเจอจระเข้คุณต้องยอมรับให้ได้ว่านี่คือชีวิตจริง ไม่ใช่ในหนังภาพยนตร์ อย่าไปเครียด รอจังหวะน้ำลดเดี๋ยวเขาก็จะมานอนให้คุณจับเอง”

“เราต้องปรับสภาพความกลัวเป็นความกล้า อย่าไปคิดถึงหนัง เพราะนี่คือชีวิตจริงที่ต้องประสบ อย่าไปคิดว่าจระเข้จะพุ่งมางับเรือขาดแล้วกระโจนข้ามหัว มันไม่ใช่ แค่คุณมีไม้หนักๆ แน่นๆ จระเข้เข้ามาก็ตี อย่าไปร้องกรี๊ดๆ จระเข้ก็ไม่หนี ตีไว้ก่อน อย่าแทง ถ้าพลาดถูกงับให้แทงเข้าไปในคอเลย เขาก็จะสำลักน้ำแล้วปล่อย จุดอ่อนเขาอยู่ที่จมูกกับตา มันจะรอดหรือคุณจะตาย จิ้มลงไปแรงๆ ที่ตา มันปล่อยแน่ เพราะจระเข้ก็เจ็บเป็น อย่าเอามือไปทุบหัว ที่นี่ (ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ) นักแสดงของผมไม่มีใครใช้มีด มีแต่ไม้อันเดียว เคาะหัวให้รู้ว่าแข็ง”

อุเทน ยืนยันว่าจระเข้สามารถอาศัยอยู่ในน้ำเน่าใน กทม.ได้ ต่อให้น้ำเน่าเป็นปีๆ ไม่ได้เปลี่ยนน้ำเลยก็อยู่ได้ มีอยู่ 2 อย่างเท่านั้นที่จะทำให้จระเข้ไปอยู่ที่อื่น คือ มีคนไปรบกวน หรือไม่ก็กระแสน้ำแรง แต่ถ้าไม่มีใครไปรบกวนและน้ำไม่แรง จระเข้ก็จะอยู่ตรงนั้น

นสพ.มาโนชญ์ ยินดี ผู้ช่วยคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า หากพบเจอจระเข้หลุดขอให้ประชาชนอย่าตกใจ เพราะจระเข้ก็กลัวคน เพียงแค่ใช้ไม้ตีน้ำจระเข้ก็จะตกใจและว่ายน้ำหนี ดังนั้นหากประชาชนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมและต้องเดินลุยน้ำ ก็ขอให้นำไม้ยาวๆ ติดมือไปด้วย เพื่อใช้ตีน้ำให้สัตว์ตกใจและว่ายหนีไปเอง จระเข้เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ อยู่ได้ทั้งน้ำลึกและน้ำตื้น แต่ส่วนใหญ่มักจะลอยตัวอยู่เหนือผิวน้ำเห็นจมูกโผล่ขึ้นมา เรียกว่าก้อนขี้หมา อย่างไรก็ตาม จระเข้ที่อยู่ในฟาร์มไม่มีนิสัยล่าเหยื่อโดยตรง เมื่อเจอคนก็จะพยายามหนี

นสพ.มาโนชญ์ กล่าวอีกว่า จระเข้มักจะว่ายน้ำไปอยู่ตามพงหญ้า หรือกองไม้ หรือบ้านที่พังเพราะถูกกระแสน้ำพัด หากเจอจระเข้ช่วงกลางวันไม่ค่อยจะมีปัญหา เพราะเมื่อมันเห็นคนก็จะพยายามหนี ที่น่าห่วงคือช่วงเวลากลางคืน เพราะโดยสัญชาตญาณจระเข้จะออกล่าเหยื่อในตอนกลางคืน หากใครรู้เท่าไม่ถึงการณ์ลุยน้ำเข้าไปใกล้พงหญ้าหรือกองไม้อาจจะถูกโจมตีได้ เพราะมันคิดว่าเป็นเหยื่อ จึงขอเตือนประชาชนว่าตอนกลางคืนไม่ควรเดินลุยน้ำเข้าไปในบริเวณดังกล่าว

ด้านสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ นครลอสแองเจลิส เปิดเผยข้อมูลเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า ประเทศไทยเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีฟาร์มเลี้ยงจระเข้ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมประมงอยู่ประมาณ 22 ฟาร์ม ซึ่งได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจส่งออกสินค้าที่เกี่ยวกับจระเข้ได้ และมีผู้เลี้ยงจระเข้รายย่อยอยู่ประมาณ 929 ราย ขณะที่ตัวเลขจำนวนจระเข้เลี้ยงทั่วประเทศมีประมาณ 7 แสนตัว

ได้ข้อมูลชัดเจนแล้ว ผู้ที่ต้องสัญจรไปมาช่วงน้ำท่วมพึงไม่ประมาท หยิบไม้ติดมือไว้กันเหนียว และที่สำคัญไม่ควรเดินลุยน้ำในช่วงเวลากลางคืนเป็นดีที่สุด เพราะนอกจากจระเข้ที่น่ากลัวแล้ว สัตว์ร้ายอื่นๆ ที่อาจมากับน้ำยังมีอีกมาก

*******************************

จัด 3 ทีมปราบเฉพาะกิจจับจระเข้ช่วงน้ำลง

กําธน สุอรุณ หัวหน้าชุดหน่วยปฏิบัติงานเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจระเข้หลุดรอดจากอุทกภัย กล่าวว่า หากพบจระเข้ภายในบ้านควรปฏิบัติดังนี้ คือ ปิดประตูบ้านขังจระเข้ไว้ในบ้าน จากนั้นแจ้งเจ้าหน้าที่กรมประมงทันที หรือใช้ไม้ตีน้ำให้จระเข้ตกใจแล้ววิ่งหนี หรือพยายามต้อนให้จระเข้อยู่ภายในบริเวณบ้าน จากนั้นรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ 02-562-0546 ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งล่าสุดแผนปฏิบัติการที่ทางกรมเตรียมการรองรับไว้หลังน้ำลดเพื่อจับจระเข้ คือ เตรียมชุดเฉพาะกิจ 3 ชุด ชุดละ 7 คน อุปกรณ์ไฮเทค รถและเรือครบครัน พร้อมกับประสานงานกับอาสาสมัครที่เชี่ยวชาญในการจับจระเข้ เช่น ฟาร์มและสวนสัตว์

ทั้งนี้ นโยบายในการจับจระเข้ คือ จับเป็นด้วยการใช้อวนดักเหมือนแร้วดักสัตว์ ซึ่งจะวางไว้บริเวณน้ำตื้นถึงลึกตรงบริเวณที่ทางประชาชนแจ้งมาว่าพบเห็นจระเข้ และที่ผ่านมาจากการรับแจ้งยังประเมินไม่ได้ว่ามีจำนวนจระเข้เท่าไร เพราะบางกรณีชาวบ้านอาจเห็นเป็นตัวเงินตัวทอง ขอนไม้ หรือแม้แต่เจ้าของฟาร์มจระเข้ยังไม่ทราบจำนวนที่แท้จริงของจระเข้ที่หลุดรอดไปในช่วงน้ำท่วม

“ขอให้ประชาชนที่จะเข้าไปสำรวจบ้านได้อุ่นใจ หากพบจระเข้ในบ้านไม่ต้องห่วง ทางกรมจะส่งชุดเฉพาะกิจไปในทันที และในการจับจระเข้ทีมงานได้ใช้เทคโนโลยีโซนาร์สแกน ที่สามารถจับความเคลื่อนไหวของจระเข้ที่กบดานอยู่ใต้น้ำได้” ผู้เชี่ยวชาญจระเข้ กล่าว

ที่มา :สูตรสำเร็จ…สู้จระเข้บุกกรุง

 

Share This Post