เจาะมอเตอร์เวย์-บางนาตราดผันน้ำลงทะเล

(สภาพน้ำท่วมขังในพื้นที่เขตสายไหมเมื่อวันที่27 ต.ค.)

กทม.-ศปภ.ใช้ฝั่งตะวันออกระบายน้ำลงทะเล เจาะถนนมอเตอร์เวย์-บางนาตราดช่วยเพิ่มความเร็วน้ำ นายกฯรับปากออกมาตรการเยียวยาพื้นที่ทางผ่านน้ำ

นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ กรุงเทพฯ ว่าขณะนี้ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ได้เห็นชอบร่วมกันว่าจะเร่งผลักดันน้ำออกทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ผ่านทางคลองหกวาสายล่าง ลงสู่คลองระบายน้ำ (ฟลัชเวย์) และออกสู่ทะเล

ขณะนี้ คลองหกวาสายล่าง มีปัญหาระดับสูง 2.7 เมตร ขณะที่ระดับถนนอยู่ที่ 2 เมตร ดังนั้นต้องลดระดับน้ำในคลองหกวาสายล่าง โดยกรมชลประทานได้เปิดปั๊มสูบน้ำจำนวน 12 ตัวเต็ม 100% เพื่อสูบน้ำออกสู่ทางระบายน้ำออกสู่ทะเล ซึ่งเมื่อน้ำในคลองหกวาฯลดลง ก็จะทำให้น้ำที่ท่วมขังไหลลงสู่เส้นทางระบายน้ำนี้ ส่งผลให้น้ำที่ท่วม ถ.วิภาวดีรังสิตและถ.พหลโยธินอยู่ในขณะนี้ลดลงได้ นอกจากนี้ได้ขอให้ศปภ.เร่งขุดลอกคลองเปรมประการเพื่อให้น้ำไหลมาสู่สถานีสูบน้ำของกทม.เร็วขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตามพบว่าเส้นทางระบายน้ำฝั่งตะวันออก มีถนนมอเตอร์เวย์ชลบุรี และ ถนนบางนาตราด ขวางทางน้ำอยู่ทำให้น้ำไหลออกทะเลได้ช้าดังนั้นจึงได้มีข้อสรุปร่วมกันว่าจะดำเนินการเจาะถนนทั้งสองเส้นเพื่อช่วยให้น้ำผ่านได้เร็วมากขึ้น โดยจะมีการนำสะพานไปวางก่อนที่จะเจาะถนน ซึ่งจะทำให้การสัญจรบนถนนยังเป็นไปตามปกติ โดยคาดว่าจะดำเนินการเสร็จภายใน 3 วัน

“การเจาะถนนทั้งสองเส้นเปรียบเสมือนการทำทางลัดให้น้ำวิ่งออกทะเลเร็วขึ้นซึ่งเมื่อน้ำผ่านลงไปทางปากอ่าวก็จะมีปั๊มน้ำรออยู่เกือบ 100 ตัว ในการช่วยสูบน้ำลงทะเล ซึ่งปัจจุบันนี้ปั๊มดังกล่าวทำงานอยู่แค่ 30% เพราะน้ำที่ไหลลงมายังมีปริมาณน้อย”

นายธีระชน กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดขณะนี้คือรัฐบาลต้องประกาศมาตรการเยียวยาประชาชนในฝั่งตะวันออกที่เป็นพื้นที่ทางผ่านของน้ำให้ชัดเจน ได้แก่ เขตมีนบุรี คลองสามวา ลาดกระบัง หนองจอก ซึ่งต้องยอมรับว่าได้รับผลกระทบ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้รับปากแล้วว่าจะมีการประกาศมาตรการออกมา นอกจากนี้ต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานด้านความมั่นคงไปคุ้มครองการทำงานของเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันการข่มขู่ทำร้าย หรือการทำลายคันกั้นที่วางไว้

“เราเสนอว่ารัฐบาลต้องออกมาตรเยียวยาชัดเจนให้กับคนที่เป็นทางผ่าน เพื่อให้สามารถจัดการให้น้ำสามารถไหลไปได้ในเส้นทางที่ควรจะเป็น เพราะหากปล่อยให้ท่วมจะจมบาดาลกันทั้งเมือง เนื่องจาก กรุงเทพฯเป็นพื้นที่ต่ำ เช่น เขตพระโขนงอยู่ที่ระดับ 0.5 เมตรจากระดับน้ำทะเล ดังนั้นหากน้ำสูง 2.5 เมตร ก็จะทำให้พระโขนงถูกน้ำท่วมสูงถึง 2 เมตร”นายธีระชนกล่าว

ถ้าสถานการณ์เลวร้ายที่สุดคือ กทม.โดนน้ำท่วมหมด 50 เขต ไฟฟ้าประปาดับ บ้านจม 1 ชั้น ใช้เวลา 1 เดือน แต่วันนี้เชื่อว่าไม่เกิดกรณีนี้ ในส่วนนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังก็เชื่อมั่นว่ารอด หากบริหารจัดการได้ตามแผนที่วางไว้ แต่พื้นที่ริมฝั่งเจ้าพระยาในรัศมี 1 กม. จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบ้าง แต่จะเป็นลักษณะการเอ่อท่วมตามระดับน้ำทะเลขึ้นลง

ส่วนพื้นที่ทางผ่านน้ำต้องยอมรับว่าได้รับผลกระทบ ซึ่งรัฐบาลต้องมีการเยียวยา ขณะที่ฝั่งตะวันตกก็จะได้รับผลกระทบในพื้นที่ที่อยู่ริมคลองต่างๆ โดยหากดำเนินการตามแผนได้ทั้งหมดก็เชื่อว่าภายใน 2-3สัปดาห์จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง

Share This Post